ความหมายของ

ความหมายของ M-Commerce

posted on 08 Mar 2009 19:49 by believelove
ความหมายของ M-Commerce

M-Commerce คือ การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรม หรือการเงิน โดยผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือการค้าขายตามระบบแนวความคิดของระบบการค้าอิเล็กทรอนิกส์ E-Commerce ที่ใช้อุปกรณ์พกพาไร้สายเป็นเครื่องมือในการสั่งซื้อ และขายสินค้า ต่างๆ ทั้งการสั่งซื้อสินค้าที่เป็นรูปธรรม หรือนามธรรม รวมทั้งการรับ-ส่งอีเมล์ สิ่งที่น่าสนใจ และเป็นจุดที่น่าศึกษา คือ โทรศัพท์เคลื่อนสามารถพกพาไปได้ทุกที่ไม่จำกัด ทำให้ตลาดการค้าออนไลน์ หรือการทำธุรกรรมเชิงพาณิชย์ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นตลาดที่น่ากลัวที่สุด เพราะสะดวกสบาย ไม่มีข้อจำกัดในการจับจ่าย และคนในสังคมไทยมีความคุ้นเคยกับการ ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่แล้ว โดย M-Commerce เป็นการแตกแขนงของเทคโนโลยีที่มีผลกระทบโดยตรงต่อการขยายตัวของธุรกิจพาณิชย์อิเล็คทรอนิคส์ โดย M-Commerce จะช่วยเร่งอัตราการเติบโตให้กับการดำเนินธุรกรรมผ่านเครือข่ายอิเล็คทรอนิคส์ได้เร็วกว่าการใช้เทคโนโลยี E-Commerce ขอบเขตของ M-Commerce ครอบคลุมทั้งการดำเนินธุรกรรมระหว่างผู้ดำเนินธุรกิจ กับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Business to Customer หรือ B2C) และระหว่างผู้ดำเนินธุรกิจด้วยกันเอง (Business to Business หรือ B2B)

 

จุดเด่นของ M-Commerce เนื่องจากลักษณะของ M-Commerce ในเรื่องของความสามารถในการเคลื่อนย้าย และการเข้าถึง ทำให้ข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ และเวลาลดลง ส่งผลให้ M-Commerce มีจุดเด่นในด้านต่าง ๆ ดังนี้ 1. ความแพร่หลายของเครื่องลูกข่าย หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่หาซื้อได้ง่าย และในปัจจุบันมีความแพร่หลายมากขึ้น ด้วยผลจากการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการเครือข่าย รวมถึงแรงผลักดันของโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบพร้อมใช้ (เติมเงินได้) ทำให้การซื้อหาโทรศัพท์เคลื่อนที่ทำได้ง่าย 2. ความสามารถในการติดตามตัวได้เสมอ ตราบใดที่ผู้ใช้บริการเปิดเครื่อง และอยู่ในบริเวณที่มีสัญญาณ การติดต่อสื่อสารจากเครือข่ายไปสู่เครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่จะทำได้เสมอ ทั้งนี้ผู้ใช้บริการมีสิทธิ์ที่จะระงับการติดตามตัวได้ในเวลาที่ต้องการ เช่น ระงับการโทรเข้า ให้โทรศัพท์เคลื่อนที่ทำได้เฉพาะการโทรออกเท่านั้น

3. กระบวนการรักษาความปลอดภัย โทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบันมี SIM การ์ด ซึ่งใช้เก็บข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญของผู้ใช้บริการ พร้อมกับการเข้ารหัสข้อมูลไว้ หากต้องมีการรับ-ส่งข้อมูลกับระบบเครือข่าย ตัวเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่จะมีความสามารถในการเข้ารหัสข้อมูลต่าง ๆ ที่มีการใช้งานด้วยรหัสที่ไม่สามารถถอดออก

โดยบุคคลที่ 3 ได้ ตัวอย่างเช่น เครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่สนับสนุนเทคโนโลยี WAP (Wireless Application Protocol) เป็นต้น 4. ความสะดวกในการใช้งาน เนื่องจากการออกแบบโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่ ๆ ให้มีความสวยงาม และใช้งานง่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของหน้าจอ การแสดงผล และการป้อนข้อมูล รวมทั้งการเพิ่มหน่วยความจำภายในตัวเครื่องให้มากขึ้น ทำให้สามารถใช้บันทึกข้อมูลต่าง ๆ เช่น สมุดโทรศัพท์ รายการนัดหมาย หรือรหัสลับส่วนตัวต่าง ๆ ได้มากขึ้น

ลักษณะของ M-Commerce เนื่องจากจำนวนผู้ใช้อุปกรณ์สื่อสารไร้สายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (Internet access) มีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดแรงขับดันในการทำธุรกรรมแบบไร้สายซึ่งมีลักษณะสำคัญ ดังนี้                         ???? ความสามารถเคลื่อนย้าย (Mobility) เป็นจุดดึงดูดที่น่าสนใจ เนื่องจากระบบไร้สายได้สนองตอบผู้บริโภคด้านสารสนเทศจากแหล่งต่าง ๆ ที่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตสามารถเข้าถึง ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ทุกหนทุกแห่ง โดยใช้โทรศัพท์มือถือที่พกพาไปกับผู้ใช้งาน                         ???? ความสามารถเข้าถึง (Reach ability) หมายถึง บุคคลสามารถติดต่อ ณ เวลาใด ๆ (At any time) ที่ท่านสามารถกำหนดได้  

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ M-Commerce ประสบความสำเร็จ นอกจากลักษณะ และจุดเด่นของ M-Commerce ที่เป็นพื้นฐานสำคัญในการผลักดันให้การดำเนินธุรกรรมเชิงพาณิชย์ในรูปแบบของ M-Commerce เกิดขึ้นได้แล้ว ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม ที่ช่วยให้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในอนาคตอันใกล้มีขีดความสามารถเพิ่มเติมมากขึ้น จึงถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ M-Commerce ก้าวผ่านอุปสรรคที่ขัดขวางการเติบโตของกิจกรรม E-Commerce ซึ่งสามารถสรุปได้เป็น 3 ประการดังนี้                         ???? การใช้ประโยชน์จากข้อมูลตำแหน่งท้องถิ่น เทคโนโลยี Location Based Service ซึ่งเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่งของเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ จะทำให้เครือข่ายทราบได้ว่าผู้ใช้บริการแต่ละรายอยู่ ณ ที่แห่งใดได้ตลอดเวลา ทำให้สามารถสร้างบริการ M-Commerce ที่สัมพันธ์กับตำแหน่งที่อยู่ของผู้ใช้บริการได้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้กับการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อทำธุรกรรมแบบ E-Commerce                                                 ???? สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่าย เพื่อติดต่อสื่อสารได้ในทันที ด้วยความพร้อมของเทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลแบบใหม่ ๆ ในปัจจุบัน เช่น GPRS (Generic Packet Radio Service) ในเครือข่าย GSM ร่วมกับเทคโนโลยี WAP ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถติดต่อกับแหล่งให้บริการ M-Commerce หรือบริการอินเตอร์เน็ตต่าง ๆ ได้ทันทีที่ต้องการ โดยไม่ต้องเสียเวลารอการเชื่อมต่อวงจรให้เรียบร้อยก่อนที่จะทำการสื่อสารได้ เหมือนดังในกรณีของการพึ่งพาเทคโนโลยี WAP บนเครือข่าย GSM หรือการใช้คอมพิวเตอร์ทำธุรกรรมแบบ E-Commerce ซึ่งความสามารถแบบใหม่ของโทรศัพท์เคลื่อนที่นี้เอง ที่น่าจะตรงกับพฤติกรรมการใช้งานของมนุษย์ที่สุด และน่าจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการเจริญเติบโตของกิจกรรม M-Commerce                                                 ???? การจัดการฐานข้อมูลส่วนบุคคล แม้ในปัจจุบันเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่บางรุ่นจะมีความสามารถในการบันทึกข้อมูลบางอย่างของผู้ใช้บริการบ้างแล้ว แต่โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่ ๆ ที่มีหน่วยความจำมาก และมีการใช้เทคโนโลยีการพัฒนาโปรแกรมพิเศษ เช่น การใช้โปรแกรมแบบ Java2ME น่าจะเป็นจุดหักเหที่สำคัญสำหรับการเติบโตของกิจกรรม M-Commerce ตัวอย่างของข้อมูลที่เก็บไว้ในฐานข้อมูลส่วนบุคคลก็อาจจะเป็น ความชอบส่วนตัว, เลขที่บัตรประจำตัวที่สำคัญต่าง ๆ, กีฬาที่ชอบ ฯลฯ ซึ่งหากผู้ใช้บริการอนุญาตให้มีการเปิดเผยกับแหล่งให้บริการข้อมูล M-Commerce ก็จะทำให้เกิดบริการรูปแบบใหม่ ๆ ที่น่าสนใจขึ้นอีกมากมาย  

 

edit @ 8 Mar 2009 19:52:02 by believe

edit @ 8 Mar 2009 19:55:47 by believe

edit @ 8 Mar 2009 19:59:53 by believe

เปรียบเทียบ FedEx และ UPS

posted on 08 Mar 2009 19:40 by believelove
เปรียบเทียบ FedEx และ UPS 1. Fedex และ UPS จะไม่มีจำกัดน้ำหนัก ต่จะมีการคำนวนน้ำหนักออกเป็น 2 แบบ คือ 1 การคำนวนจากน้ำหนัก 2 การคำนวนจากปริมาตร (Dimention) กว้าง x ยาว x สูง และหารด้วย 6000  ผลลัพท์ออกมาเป็นเท่าไหร่นั่นคือ ค่าของน้ำหนัก ซึ่งจะใช้สำหรับพัสดุที่มีขนาดใหญ่แต่น้ำหนักเบา โดยในการคำนวนเราจะยึดค่าที่มากกว่าเป็นตัววัดน้ำหนัก เช่น ของน้ำหนัก 1 กิโลกรัม แต่คำนวน Dimention แล้วได้ที่ 3 กิโลกรัม เราก็จะใช้ค่าของ Dimention เป็นค่าน้ำหนักของพัสดุที่เราจะนำส่ง2. FedEx คือ การที่ FedEx มีระบบการขนส่งที่ครบวงจรเป็นของตนเอง (เครื่องบิน ศูนย์แยกพัสดุ และรถตู้ขนส่ง) และเป็นผู้จัดการเอง ประกอบกับมีเทคโนโลยีในการติดต่อสื่อสารที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ทำให้ FedEx มีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งอื่น ๆ ที่ยังคงต้องพึ่งพาธุรกิจอื่น ๆ ในการดำเนินการขนส่งอยู่บ้าง3. FedEx มีนวัตกรรมในการปรับปรุงการใช้สินทรัพย์และรักษาประสิทธิภาพของระบบการขนส่งอยู่เสมอเพื่อเป็นการลดต้นทุน ทำให้ FedEx แบกรับภาระต้นทุนจากการให้บริการในระดับที่ต่ำกว่าคู่แข่ง4. FedEx ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในด้านที่บริษัทขนส่งอื่นให้ไม่ได้ เช่น การส่งสินค้าปัจจุบันทันด่วนแบบข้ามคืน หรือการการันตีที่จะส่งให้ถึงจุดหมายปลายทางก่อนเวลา 10.30 น. ซึ่งบริษัทอื่นเสนอเวลาให้ในเที่ยงวันหรือมากกว่านั้น นอกจากนี้ FedEx ยังอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าอีกในหลาย ๆ ด้าน เช่น การที่ลูกค้าสามารถขนส่งของเองได้ผ่านทาง website ของบริษัท หรือ การบริการขนส่งถึงบ้านท่าน ทำให้ลูกค้าเลือกที่จะใช้บริการกับ FedEx5. กลยุทธ์หลักของ FedEx ก็คือ องค์กรจะต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา เพื่อคลอบคลุมการขนส่งสินค้าที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต6. FedEx ค่าบริการในการส่งแพงกว่า  UPS 7. เมื่อคุณจำเป็นต้องจัดส่งให้ทันกำหนดแต่ยังคงควบคุมค่าใช้จ่ายด้วย  UPS Express Saver เป็นทางเลือกหลักของคุณ ด้วยนโยบายรับประกันการคืนเงิน* และการจัดส่งภายในสิ้นวันทำการไปยังจุดหมายปลายทางกว่า 215 ประเทศและดินแดนทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วและประหยัด 8. จากการที่นักศึกษาได้ลองสั่งของเปรียบเทียบวัน ว่าระหว่าง FedEX กับ UPS การใช้บริการของบริษัทไหนจะส่งถึงก่อน ผลออกมาว่า FedEX ถึงก่อน UPS 1 วัน

 


 

 

การบ้าน FedEx

posted on 08 Mar 2009 19:37 by believelove
1.  วิธีการส่งแบบ FedEx ไม่จำเป็นต้องสมัครสมาชิก  ขั้นตอนในการจัดส่ง เราต้องทำการกรอกข้อมูลระบุชื่อที่อยู่ ผู้รับ-ส่ง   โดยที่ผู้รับบาง country ไม่มีให้ระบุ postal code   มีแต่ให้ระบุ city    มีเครื่องมือในการช่วยค้นหา  ในการค้นหานั้นเมื่อเลือกประเทศแล้ว จะต้องใส่  city  และ เลือก  province
2.  เมื่อกรอกข้อมูลผู้ส่ง รับ กด Get detailed quote เป็นให้กรอกข้อมูลของพัสดุที่เราจะส่ง สามารถเพิ่ม row  ในกรอกข้อมูล กรณีที่มีพัสดุหลายชิ้นได้  โดยที่ระบุน้ำหนักของพัสดุ เป็นกิโลกรัมและสามารถเลือกได้ว่าในการส่งพัสดุจะให้ส่งถึงบ้าน ( FedEx pickup ) หรือให้มารับเอง( Drop off  package(s)  แล้วให้ระบุค่าจัดส่งคิดเป็นค่าเงินบาทของประเทศไทย แต่ในเว็บมีให้เราหายสกุลเงิน แต่ทางเราเลือกค่าเงินบาทของประเทศไทยค่ะ แล้วให้ทำการเลือกขนาดของกล่องว่าเลือกขนาดใด

3.  เลือกอักษร ชนิดของ product ทำการเลือกชนิดของ product  โดยทำการเลือกตามตัวอักษรภาษาอังกฤษว่าพัสดุประเภทนั้นอยู่ในหมวดใด

4.   ระบบจะแจ้งวันที่พัสดุไปถึงยังปลายทางที่เราระบบไว้ข้างต้น  พร้อมทั้งบอกค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่คำนวณแล้ว